Yellow Tokyo #2 : Lost in Translation

ตกกลางคืนโอไดบะกลายเป็นเมืองร้างทั้งที่มีแสงไฟจากห้างสรรพสินค้า สวนสนุก แต่แทบไม่มีวี่แววของผู้คน ได้ยินแต่เสียงลมหนาวพัดใบไม้ที่ร่วงอยู่ตามพื้น ดูหลอนๆ ยังไงไม่รู้

DSC_0188

เดินต่อมายังห้าง Venus Fort ห้างนี้มี Toyota Megaweb เป็นธีมปาร์คของโตโยต้าซึ่งเข้าฟรี แต่ไปถึงใกล้ปิดแล้วเลยเล่นเกมเซ็นเตอร์แทน ซึ่งก็เป็นเกมอาเขตหลอนๆ ไร้ซึ่งคนเล่น ถ้ามีซาดาโกะโผล่ออกมาจากตู้เกมก็ไม่น่าตกใจอะไร เกมใหม่ๆ เกมแปลกๆ น่าเล่นไปหมด แต่ตังค์ไม่ค่อยมี เล่น Initial D ดริฟติ้งซิ่งสายฟ้าที่นำหน้าประเทศไทยไปกี่ภาคแล้วก็ไม่รู้ (ได้ยิน บ.นำเข้าเกมนี้บอกภาคใหม่จะมาตั้งแต่เรียนมหาลัย รอจนแทบกลับไปเรียบจบอีกรอบก็ไม่ได้เล่นซักที เอวัง)

มาถึงญี่ปุ่นทั้งทีต้องแช่ออนเซ็น ด้วยความเห่อเกิดมาไม่เคยแช่บ่อน้ำร้อนมาก่อน น้ำพุร้อนสันกำแพงเมืองไทยยังไม่เคยเลย ลงทุนเปิดซิงมาแช่ออนเซ็นต้นตำรับถึงญี่ปุ่น เท่าที่เคยอ่านการ์ตูนออนเซ็นส่วนมากจะอยู่ตามภูเขาต่างจังหวัด ไม่ค่อยเห็นแช่ออนเซ็นในโตเกียวเท่าไหร่ โอไดบะก็มีออนเซ็นแต่มันเป็นเกาะ เลยไม่รู้เอาน้ำทะเลมาต้มให้อาบรึเปล่า 555+

Oedo Onsen Monogatari เป็นโรงอาบน้ำที่โอไดบะ อยู่ใกล้สถานี Telecom Center ตอนหาข้อมูลมาจากไทยแอบงงตรงเวลาปิด-เปิด ในเว็บเขียนว่าเปิด 11am – 9 am ยังไงวะ เปิด 11 โมงเช้า ปิด 9 โมงเช้า เขียน pm เป็น am รึเปล่า ญี่ปุ่นยิ่งไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษด้วย (เห็นความเฟลภาษาอังกฤษเว็บญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ เช่น download เป็น downlode) ลองเช็คตามรีวิวสรุปเค้าเปิด 11 โมงถึง 9 โมงเช้าอีกวันจ้า จะนอนในนั้นก็ได้นะ ตอนเดินมาเห็นสาวๆ เข้าออก นึกภาพออนเซ็นบ่อรวมในการ์ตูนญี่ปุ่นทันที เสียงกิ๊วก๊าวดังในหัวเลย จะ ‘ถึง’ ญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรกเลยเหรอเนี่ย แค่คิดก็คิมูฉีแล้ว กึ๋ยๆๆ

DSC_0195

แต่ด่านแรกก็โดนกรรมการกดออดพร้อมชูป้ายกากบาทสีแดงหักคะแนนเลย ตามธรรมเนียมต้องถอดรองเท้าก่อน ดันไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใส่ขึ้นไปโดนพนักงานไล่ แถมโดนแก๊งสาวออฟฟิซที่เดินตามหลังมายิ้มใส่อีก เดี๋ยวเหอะพวกหล่อน รอชั้นเข้าไปข้างในก่อน เดี๋ยวจะโชว์ความเป็นไทยให้ดู ฮึ!

ถอดรองเท้าใส่ตู้เรียบร้อยด่านต่อไปคือรับสายรัดข้อมือเป็นชิพไว้จ่ายตังค์ จะกินข้าวหรือเล่นเกมอะไรข้างในก็เอาสายรัดข้อมือนี่ไปตื๊ด จ่ายตังค์ทีเดียวตอนขาออก รับชุดยูกาตะ รับผ้าเช็ดตัว แต่ใช่ว่าจะเข้าไปอาบได้เลย ยังมีอีกหลายด่าน แม่งหยั่งกะเล่นร็อคแมน

ด่านสองคือล็อคเกอร์ใหญ่ ภารกิจทิ้งสัมภาระทั้งหมดยัดใส่ล็อคเกอร์ เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะ เค้าหยิบยูกาตะไซส์ L ให้เรามา ตัวใหญ่มากกกก… (มีกอไก่อีกสิบตัว) เดินกวาดพื้นให้เค้าไปอีก ใส่ไม่เป็นด้วย ขวาทับซ้ายหรือซ้ายทับขวาวะ เคยได้ยินว่ามีแบบนึงสำหรับคนตาย แต่ช่างมัน พี่คนไทยพี่ไม่ถือ ลอกลุงญี่ปุ่นเอาละกัน ซึ่งลุงก็โปรเหลือเกิน ราวกับแข่งทีวีแชมเปี้ยนจ้าวแห่งยูกาตะมาก่อน เปลี่ยนฟั่บๆ เสร็จละ เดินผิวปากออกไปชิลๆ พอลุงเดินออกไปเท่านั้นแหละ เห็นป้ายบอกวิธีการใส่ที่ถูกต้องตามธรรมเนียมญี่ปุ่น สรุปอีลุงมันยืนบัง (โถ)

จบด่านนี้เราจะมีชุดยูกาตะ ผ้าเช็ดตัว สายรัดข้อมือ ส่วน กกน. ปราการด่านสุดท้ายของท่านชายจะใส่หรือไม่ก็ได้ เท่าที่สังเกตลุงญี่ปุ่นเค้าไม่ใส่กัน หมายความว่าเราได้เห็นซูชิห่อสาหร่ายตั้งแต่ด่านนี้เลย เวลคัมทูแจแปนนนน

เปลี่ยนชุดยูกาตะเรียบร้อยก็พร้อมยิ่งกว่าซามูไรออกไปรบ แต่ห้องอาบน้ำที่นี่แยกชาย-หญิง ไหนล่ะออนเซ็นบ่อรวมแบบที่เห็นในการ์ตูนญี่ปุ่น ไหนล่ะเสียงกิ๊วก๊าวคาวาอี้ ความหวังพังทลาย ว่าแล้วก็คว้านท้องตัวเอง (อ๊าก)

แต่ยัง! ยังไม่จบ ยังมีล็อคเกอร์อีกด่าน (สรุปกูกำลังเล่นล็อคแมนใช่มั้ย) ด่านนี้เป็นด่านสุดท้าย สกิลของบอสประจำด่านนี้คือปลดเกราะของผู้กล้าออกทั้งหมด พลังป้องกันเหลือศูนย์ มีแค่อาวุธประจำกาย ผ้าเช็ดตัวเราจะได้มาสองผืน ผืนใหญ่กับผืนเล็ก ซึ่งเราต้องทิ้งผืนใหญ่เพื่อผนึกบอสไว้ตรงนี้ ผู้กล้าจะมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กคู่กายเข้าสู่ปราสาทออนเซ็นเท่านั้น! ถามว่าพอจะปกปิดอาวุธลับได้มั้ย เอามาพันปิดตายังมองเห็นเลย โธ่

ในที่สุดเราก็มาถึงด่านสุดท้าย ด่านที่ผู้กล้าทุกคนเท่าเทียมกัน (แก้ผ้าเหมือนกันหมด) เราคือตัวแทนประเทศไทยจะเหนียมอายไปทำไมกัน โชว์ความเป็นไทยให้ชาวโลกรู้กันไปเลย คือถ้าเดินเหนียมเอาผ้าปิดจะกลายเป็นจุดเด่นมาก ตัวแทนญี่ปุ่นทุกคนเค้าเดินผงาดง้ำค้ำโลกกัน อาบน้ำสระผมเสร็จก็อาบน้ำแร่ลงแช่ไข่ได้เลย โอ๊ส

DSC_0202

ออนเซ็นที่นี่มีทั้งบ่อในร่มและบ่อกลางแจ้ง มีความร้อนหลายระดับให้ลวกว่าอยากได้สุกระดับไหน ไข่สุก ไข่ออนเซ็นหรือไข่ยางมะตูม ลองแช่บ่อเด็กก่อน อุณภูมิสูงกว่าร่างกายนิดๆ อืมมม ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ เดินไปจัดหนักบ่อนรก 50 องศาเซลเซียสเลย เชี่ย! ลวกๆๆๆๆๆๆๆๆ หนีไปบ่อกลางแจ้งก็ได้ฟะ

อาห์…. การแก้ผ้ายืนตากลมท่ามกลางอากาศหนาวสิบองศามาเป็นเช่นนี้นี่เอง ขนนี่ลุกเกรียวไปหมด จะหนีลงบ่อแม่งก็ร้อนลวกไข่อีก ทำได้แค่ค่อยๆ เอาน้ำในบ่อลูบไล้ร่างกายให้คลายหนาว กระซิกๆ

กลับมาแช่ข้างในต่อ ค่อยๆ แช่ทีละบ่อ เข้าใจเลยทำไมคนญี่ปุ่นชอบแช่ออนเซ็น หรืออย่างน้อยก็ไปโรงอาบน้ำสาธารณะ อากาศหนาวๆ ได้แช่ออนเซ็นมันฟินสดชื่นแบบนี้นี่เอง รู้สึกเพาเวอร์อัพเหมือนได้พลังซุเปอร์ไซย่าเลย เท่านี้ก็พร้อมเล็ทซึโกเจแปนอีก 7 วันแล้ว โอ๊สสส

DSC_0201

ภายใน Oedo Onsen ตกแต่งได้อารมณ์งานวัดญี่ปุ่นเหมือนในการ์ตูน มีเกมให้เล่น มีร้านอาหาร คนญี่ปุ่นอาบน้ำเสร็จจะมานั่งทานข้าว ดื่มเบียร์กัน เคยอ่านเจอในเรื่องสู้ต่อไปลูเชียสว่าแช่น้ำร้อนเสร็จต้องดื่มน้ำเลมอนเย็นๆ เลยกดตู้มาลองกระป๋องนึง อาห์… สุโค่ยยยยยDSC_0206

ชำระค่าเสียหายเสร็จเดินออกมาสี่ทุ่มกว่า ต้องแวะไปเอากระเป๋าใหญ่ก่อนค่อยไปโรงแรม รถไฟฟ้าช่วงดึกในโตเกียวเหมือนที่ใครหลายคนบอกเล่า ผู้โดยสารมีแต่เหล่าซาลารี่แมนใส่สูทท่าทางเมาเบียร์ เจอคนอ้วกแตกกลางสถานีด้วย ช็อคซีนีม่า

เราจองโรงแรม Sakura Hotel Jimbocho อยู่ใกล้รถไฟฟ้า Tokyo Metro ดี ออกจากซอยมาจ๊ะเอ๋เลย สถานี JR สายชูโอก็เดินแค่กิโลเดียว แถมอยู่ใจกลางเมือง ที่พักยอดฮิตของชาวไทยย่านอาซาคุสะ เราว่ากลางคืนดูเงียบๆ อ่ะ

เพราะออกจากสถานีก็เจอซอยโรงแรมนี่แหละ จึงไม่ได้ปริ้นท์แผนที่มา เอาจริงๆ แผนที่อย่างอื่น แหล่งท่องเที่ยว ไกด์บุ๊คก็ไม่ได้พกมาเลย นั่งหาข้อมูลก่อนมาสองเดือนจนจำได้ (ทำข้อสอบพยายามแบบนี้ไหมลูก) เซฟแค่ไปไหนนั่งรถไฟสายอะไรใส่มือถือพอ

ถึงเก็งแนวข้อสอบ ทบทวนมาเป๊ะแค่ไหน เสือกฝนข้อสอบสลับข้อมันก็ตกอยู่ดี เรียนซ้ำชั้นลากกระเป๋าวนไปมาอยู่หลายรอบ ไหนวะ Sakura Hotel จะเปิดแผนที่ก็ไม่ได้ pocket-wifi ไม่ได้เช่ามา (มึงจะมั่นใจเกินไปละ) เวลาตอนนั้นห้าทุ่มกว่า ร้านรวงพากันปิดหมดแล้ว อากาศก็หนาวจนมือไม้เริ่มสั่น เดินจนปวดเท้า สติกระเจิงจำทางที่เดินมาไม่ได้ กลับไปตั้งต้นที่สถานีก็ไม่ถูก ตอนนั้นคิดว่าถ้าหลงทางหาโรงแรมไม่เจอจริงๆ อาจจะนอนตามร้านเน็ตไม่ก็คาราโอเกะ โรงแรมใหญ่แถวนี้นอนไปล้มละลายแน่นอน ไม่ก็สัมผัสวิถีชีวิตแบบโฮมเลสญี่ปุ่นนอนมันข้างทางซะเลย เป็นไงล่ะ เที่ยวญี่ปุ่นแบบอินดี้ อินดี้จริงๆ ตอนนี้กูอยู่ส่วนไหนของญี่ปุ่นก็ไม่รู้ อันซีนมาก

เดินหลงทางจนเจอป้าโตเกียวสองคนกำลังปิดร้าน มองไปด้านในน่าจะเป็นร้านข้าวปั้น เลยหน้าด้านขอยืมโทรศัพท์ป้าใช้โทรหาโรงแรม ป้าพูดอังกฤษไม่ได้เลย ใช้ภาษามือทำท่าโทรศัพท์ หยิบใบจองโรงแรมให้ป้าดู ไกจิน โฮเตหรุๆ (รู้แค่นี้แหละ) ระหว่างนั้นมีซาลาริมังเดินเมามาช่วยสื่อสารภาษามือด้วย แต่โดนป้าไล่กลับไป ตลกดี ป้าจดเบอร์เข้าไปในร้านโทรให้เลย (ป้าคงเดาออกว่าให้คุยเองมันก็ไปไม่ถูกอยู่ดี)

ป้าเดินออกมาพร้อมหนังสือเล็กๆ เล่มนึง ประมาณหนังสือแนะนำร้านค้าย่านจิมโบโจ ข้างในมีแผนที่ ป้าเขียนยุกยิกๆ แล้วก็ยื่นแผนที่กลับหัวให้เรา ตอนแรกก็งง ป้ากวนตีนป่ะเนี่ย แผนที่กลับหัว แต่พอเพ่งอย่างละเอียดเท่านั้นแหละ… ใช่เลย

กูดูแผนที่ผิดด้าน!!

สรุปว่าเราก็เดินตามทิศทางที่จำมานั่นแหละ แค่ออกจากสถานีผิดประตูมันเลยกลับหัวกลับหาง แล้วอีสถานีรถไฟญี่ปุ่นถ้าออกผิดชีวิตเปลี่ยนเลย โคตรใหญ่ เดินไกลเป็นกิโล ป้ายื่นแผนที่ให้ เราก็เกรงใจส่งคืน พอดีจำแผนที่ได้แล้ว ป้าคงนึกในใจ ไอ้นี่มึงยังจะกล้า แต่สุดท้ายก็หยิบมานะ 555

IMG_8231

วันแรกยังหลงขนาดนี้ วันที่เหลือจะขนาดไหนเนี่ย แต่ประทับใจความช่วยเหลือของคนญี่ปุ่น น้ำใจงามสมคำร่ำลือ อยากขอบคุณป้าที่ทำให้คืนแรกของเราไม่ต้องนอนหนาวข้างทางรถไฟ โค้งให้ไป 5 รอบคงยังไม่พอจริงๆ ถ้าไปโตเกียวอีกรอบจะไปเหมาข้าวปั้นนะ เราจำร้านป้าได้ บอกแล้วเราความจำดี :)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s