Departures : ตายแล้วไปไหน

เมื่อวานนี้เพิ่งไปดูหนังเรื่อง Departures มาครับ ไม่ได้อยากดูเพราะเป็นหนังได้ออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ เพราะนักวิจารณ์ชื่นชม หรือเพราะคนที่ไปดูมาแล้วแนะนำ เหตุผลจริงๆ ที่ผมอยากดูเรื่องนี้คือได้ยินมาว่า “ป้าเรียวโกะ” แสดงเป็นนางเอก !!

นั่งไทม์แมชชีนกลับไปสมัยผมยังนุ่งขาสั้นอยู่ ม.ต้น (กี่ปีแล้ว นับเอาเอง!) วัฒนธรรมกระแสหลักที่แหวกม่านเข้ามาสู่สยามประเทศในยุคนั้นหาใช่วัฒนธรรม อิมพอร์ตจากเกาหลีเหมือนทุกวันนี้่ไม่ แต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกมายึดหัวหาดในประเทศไทย ทั้งการ์ตูน เพลง หนัง ละคร เหล่าไอดอลทั้งหลาย และที่สำคัญที่สุด หนังโป๊! ในตอนนั้นกระแสญี่ปุ่นฟีเวอร์ระบาดหนัก นักร้องไทยก็อยากจะเป็นแนว J-pop กันถ้วนหน้า แม้แต่เพลงก็ยังก๊อป ดารานางแบบไทยก็ต่างพากันเปลื้องผ้าประชด น้อยใจที่ไอดอลจากญี่ปุ่นพากันโกยชื่อเสียงได้มากกว่าพวกเธอ หากไม่เชื่อก็ลองดูร้านเสริมสวยในสมัยนั้นก็ได้ ทุกร้านต้องมีโปสเตอร์ Kyoko Fukada เอาไว้แปะหน้าร้านเรียกลูกค้าอย่างน้อยหนึ่งใบ เอ้า หรือไม่จริง

ในช่วงเวลานั้น “ป้าเรียวโกะ” ยังคงมีสถานะเป็นเรียวโกะ ฮิโรสุเอะ (Ryoko Hirosue) อยู่ครับ ภาพสาวน้อยน่ารักที่มาพร้อมกับเขี้ยวสเน่ห์ ทรงผมสั้นที่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นทั่วไปทำให้ความรู้สึกที่เด็กหัวสกินเฮดคน หนึ่งจะมีต่อไอดอลสาวคนนี้คือ “เด็ก ม.ปลายของโรงเรียนประจำจังหวัด” ครับ ถึงแม้ว่าสาวโรงเรียนอื่นที่ไว้ผมยาวได้จะได้รับความนิยมจากเด็กผู้ชาย มากกว่า แต่เด็กผู้หญิงผมสั้นนี่ก็น่ารักไปอีกแบบเหมือนกันนะ หลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปจนกระแสญี่ปุ่นนิยมเริ่มซาลง จนมาได้ยินข่าวว่าเรียวโกะแต่งงาน มันเหมือนกับว่ารุ่นพี่ที่เคยแอบชอบ จบจากโรงเรียนเข้ามหาลัยไปก็ไม่ได้เจอกัน พอรู้ตัวอีกที มีผัวซะละ !

Departures เป็นหนังที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น ผมจะได้เจอรุ่นพี่ที่เคยแอบชอบสมัยเรียนอีกครั้ง

ไดโกะ หนุ่มวัยกำลังตามล่าความฝันในการเป็นนักดนตรีเชลโล กลับต้องพบว่าความฝันของตนเองพังทลายลงไป กลายเป็นนักดนตรีตกงาน เขาจึงพาภรรยากลับไปใช้ชีวิตในจังหวัดบ้านเกิดของเขา ไดโกะตัดสินใจเริ่มหางานทำ แต่กลายเป็นว่างานที่ต้องทำนั้นกลับเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำงานที่ถูกมอง ว่าน่าละอาย งานที่ถูกเรียกว่าหากินกับคนตาย

เขาเป็น “นักจัดพิธีศพ”

หน้าที่ของเขาคือ ชำระล้างร่างกายให้ศพ เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่งหน้าศพให้สวยที่สุดราวกับว่าผู้ตายได้ลมหายใจสุดท้ายเพื่อมาร่ำลาคนที่ อาลัย ก่อนที่จะนำร่างอันไร้วิญญาณบรรจุลงในหีบศพ

แต่ทั้งหมดนี้เป็นการนำไดโกะไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่เคยย่างกรายเข้าไป นำมาซึ่งปัญหาสารพัด ปัญหาครอบครัว ปัญหากับคนรอบข้าง แต่แล้วความผูกพันอันงดงามระหว่างผู้ตายกับผู้ที่ยังอยู่ ทำให้ไดโกะยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ “ผู้ส่ง” ให้ผู้ตายมุ่งไปยังอีกประตูหนึ่งในโลกหลังความตาย

ถึงแม้ว่าอาชีพนี้ ถึงแม้จะเป็นอาชีพสุจริต แต่ก็เป็นอาชีพที่ถูกมองว่าสกปรก น่ารังเกียจ ทำมาหากินกับคนตาย แต่ถึงยังไง สุดท้ายก็ไม่มีใครหนีความตายพ้น เป็นธรรมดาของโลก

หลังจากที่ภาพบนจอหนังที่ฉายเริ่มมืดดับลง ผมนึกถึงเพลงนี้เป็นเพลงแรก

อยู่ที่เรียนรู้่ อยู่ที่ยอมรับมัน

ตามความคิด สติ เราให้ทัน

อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

ไม่ใช่ทุกคนที่เอื้อมไปถึงความฝัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ล้มเหลว ทุกคนมี “สิ่งที่ดีที่สุด” ของตนเอง ซึ่งบางครั้ง “สิ่งที่ดีที่สุด” อาจไม่ใช่สิ่งที่เคว้งคว้างอยู่ในความฝันก็ได้

ปล. อันนี้ก็อปมาจากบล็อกเก่าครับ (ขุดของเก่ามาหากินนั่นแหละ :D )

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s