ไต้หวันไดอารี่ ตอนที่ 7 : วิชา Taipei 101

ถ้าชื่อตึก Taipei 101 เป็นชื่อวิชาเรียนเหมือนของมหาลัย เท่ากับเราเรียนมาจนถึงวันสอบไล่แล้วล่ะ แต่ก่อนเข้าห้องสอบขอไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้าก่อน

Maokong Gondola เป็นชื่อเคเบิลคาร์ที่ใหญ่สุดในไต้หวัน ยาว 4 กิโลเมตรกว่า จุดหมายอยู่บนยอดเขาที่เป็นวัดและหมู่บ้านชา 4-5 วันที่ผ่านมามีแต่ไปเที่ยวที่สูงๆ ขึ้นภูเขาทั้งนั้นเลย จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะมาขึ้นแต่กิ๊ฟมาขึ้นก่อนเรามาถึงแล้วก็แนะนำมา เราก็ไม่รู้จะไปไหนพอดี กิ๊ฟเอารูปที่ถ่ายให้ดูแม่งน่ากลัวมาก!! หมอกลงจัดเหมือนในเกม ​Silent Hill ภาคแรก มองไปนอกกระเช้าเห็นแค่สายเคเบิลกับกระเช้าตู้ถัดไปแค่ลางๆ ราวกับว่ากระเช้ากำลังพาเข้าเมืองซอมบี้

สถานีของ Maokong Gondola อยู่ใกล้กับ Taipei Zoo สุดสายรถไฟฟ้าสีน้ำตาลซึ่งเป็นสายที่เราชอบมาก เป็นโมโนเรลลอยฟ้าไม่มีคนขับ ถ้าขึ้นหัวขบวนหรือท้ายขบวนจะเห็นวิวแบบไฮเดฟเลย กิ๊ฟแนะนำให้ไปเดินเล่น Taipei Zoo ด้วยเพราะไปมาแล้วชอบ เป็นสวนสัตว์ที่น่ารักมาก แต่คงไม่ได้เข้าเพราะเวลาไม่พอ อยากรู้เหมือนกันว่าที่นี่ต่างจากเขาดินขนาดไหน Taipei Zoo มีแพนด้าให้ดูด้วยนะ ใครไม่อยากดูที่เชียงใหม่ก็มาดูที่นี่ได้ :3


Maokong Gondola ใช้ Easy Card แทนตั๋วได้เลยไม่ต้องต่อคิวซื้อ ทั้งหมดมี 4 สถานีราคาก็เพิ่มไปตามจำนวน ขึ้นไปสถานีบนสุดก็แค่ 50NT เอง 50 บาทนิดๆ ถือว่าถูกมาก กระเช้ามีสองแบบคือพื้นธรรมดากับพื้นใสเหมือนที่ Miramar เอาล่ะ ได้เวลาขึ้นกระเช้าแล้ว

กระเช้าสูงขึ้นไป มองไกลๆ เห็นตึก Taipei 101 ด้วย เหมือนโผล่ทะลุออกมาจากภูเขา ผ่านสถานีกลางทาง (ที่ไม่มีคนขึ้น) สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเสียว ใครจะพาญาติผู้ใหญ่พ่อตาแม่ยายมาเที่ยวก็เตรียมยาดมยาหม่องให้เรียบร้อย หรือตั้งใจให้ท่านหัวใจวายเพื่อฮุบมรดกอันนี้ก็สุดแล้วแต่

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงสถานีปลายทาง Maokong Station หน้าสถานีมีแผนที่บอกทาง หมู่บ้านบนนี้ส่วนมากทำไร่ชา เลยมีร้านน้ำชาและคาเฟ่น่ารักเยอะ บรรยากาศสบายๆ อากาศก็ดี :D

เดินลั้ลลาชมคาเฟ่เก๋ๆ ก็ไปสะดุดตาคาเฟ่เล็กๆ ร้านนึงเข้า ชื่อร้าน Cat’s got nothing to do Cafe’ เป็นคาเฟ่เล็กๆ ริมภูเขา เอารถกระบะเก่าๆ ทำเป็นบาร์ เพ้นท์รูปแมวที่หน้ารถ อร๊อยยยยย น่อร๊อกอ่ะ >w< เสียดายหาที่นั่งว่างไม่ได้เลยไม่ได้นั่งชิล T_T

เดินชิมชาร้านนั้นทีร้านนี้ที tea house เยอะจริงอยู่แต่คงไม่เข้าไปนั่งจิบเพราะเคยมีประสบการณ์กับกิ๊ฟแล้ว (มันแพงนั่นเอง) สรุปว่าขึ้นมาเดินเล่นอย่างเดียว ไม่มีการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นเลย ฮา

ขากลับลงกระเช้าเหมือนเดิม เราจะไปทำข้อสอบวิชา Taipei 101 กันแล้ว! ดูในแผนที่ถือว่าอยู่โซนเดียวกันเดินทางจาก Taipei Zoo ไม่นานนัก นั่งรถไฟฟ้าสายน้ำตาลต่อสายน้ำเงิน ตึก Taipei 101 (ภาษาจีนอ่านว่าอี้หลิงอี้) อยู่ในเขตซินอี้ (Xinyi) นั่งรถใต้ดินลงสถานี Taipei City Hall หรือจะลงสถานี Sun Yat Sen Memorial Hall เดินเล่นอนุสรณ์สถาน ดร. ซุนยัตเซ็นก่อนก็ได้ ว่ากันว่าวิวตึก 101 มองจากที่นี่สวยสุดนะ

ผู้เขียนเองก็จำประวัติของ ดร. ซุนยัตเซ็น ได้ไม่มากนัก ที่พอจำได้คือเป็นหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งปฏิวัติราชวงศ์ชิงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของจีน และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวันด้วย

ด้านนอก SYS Memorial Hall ตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ มีรูปปั้นท่านซุนยัตเซ็น มีแผ่นป้ายจารึกถ้อยคำ ด้านหน้าจะเป็นลานกว้างๆ ให้คนมาทำกิจกรรมกัน พ่อแม่พาลูกมาเล่นว่าว จูงหมาเดินเล่น คนสูงอายุหน่อยก็มาออกกำลังกาย ณ จุดนี้ถือว่ามองเห็นตึก Taipei 101 ชัดมากๆ ช่วงปีใหม่คงมีคนมาเคาท์ดาวน์ที่นี่จนแน่นขนัดเลย

มองไปที่ตึกเห็นท่าจะไม่ดี น้องหมอกกลับมาอีกแล้วตัดสินใจรีบเดินไปดีกว่า น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปดูข้างในอาคารอนุสรณ์สถาน แต่ความเร็วของสองเท้าสู้การควบแน่นในอากาศไม่ได้ เลยได้เห็น Taipei 101 ได้ชื่อว่าเป็นตึกสูงเสียดฟ้าเหมือนต้นไผ่แทงขึ้นไปบนเมฆต่อหน้าต่อตา

แม้ตึกทีี่สูงที่สุดอันดับสองของโลกจะถูกอำนาจมืดของซิธลอร์ดครอบงำ แต่เรามาถึงปราสาทบอสใหญ่มีทางเดียวคือต้องบุกขึ้นไป ทางเข้าปราสาทบอสใหญ่ทำจอมเวทย์จากดินแดนข้าวเหนียวติดสตันเล็กน้อยเพราะดันทะเล่อทะล่าเข้าไปในดันเจี้ยนที่มีแต่มนุษย์เงินเดือน จะขึ้นไปตีบอสที่ยอดปราสาทต้องเข้าในห้าง

ห้าง Taipei 101 เหมือนห้างไฮโซอินเทรนด์ทั่วไปประมาณสยามพารากอนไม่ค่อยดึงดูดนักท่องเที่ยวงบจำกัดเช่นเราเท่าไหร่ แต่มี food hall ชั้นใต้ดินที่หลายคนแนะนำเพราะมีอาหารให้เลือกหลากหลายราคาไม่แรงมาก และก็มีร้านหนังสือ Page One สาขาใหญ่ที่สุดในไต้หวันเดี๋ยวเราค่อยมาแวะ

จุดชมวิวบนตึกอยู่บนชั้น 89 ต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปซื้อตั๋วที่ชั้น 5 ก่อน ชั้นนี้นอกจากจุดขายตั๋วยังมีร้านขายของที่ระลึก โปสการ์ด แมกเน็ต ตุ๊กตามาสคอตน้อง 101 และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมันจะกลับมาหลอกหลอนเราอีกครั้งตอนขึ้นไปถึงข้างบน ฮ่าๆ

Taipei 101 ถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศ ฉะนั้นพนักงานแต่ละคนเค้าคัดมาแบบเน้นๆ หน้าตาดีกันสุดๆ เราไม่รอช้ารีบซื้อตั๋วขึ้น Observatory ทันที ราคาปกติ 450NT (แพง) แต่เรามี Youth Travel Card ที่ปล้นกิ๊ฟมาลดเหลือ 400NT พนักงานสาวหมวยน่ารักที่ตอนแรกดันนึกว่าเราเป็นคนจีนเตือนเราก่อนซื้อว่าข้างนอกหมอกลงเยอะนะคะ you won’t see anything. แต่เราหาได้เชื่อไม่ ควักกระบี่เจไดออกมา พร้อมขึ้นไปสู้กับบอสที่ชั้น 89 แล้วล่ะ

ลิฟท์เร็วที่สุดในโลกทำหน้าที่ได้ไม่ผิดหวัง รวดเดียวถึงชั้น 89 เลยใช้เวลา 37 วินาทีเท่านั้นเราก็ดิ่งขึ้นมาสามร้อยกว่าเมตรจากพื้นดิน น่าเห็นใจไกด์สาวประจำลิฟท์ที่ต้องสปีคให้ผู้โดยสารฟังภายในเวลาน้อยนิด แถมไม่ค่อยมีใึรฟังอีกต่างหาก ทุกคนมัวแต่ตื่นตะลึงกับสเปเชี่ยลเอฟเฟคดาวล้านดวงที่ตกแต่งในลิฟท์ซะมากกว่า – -”

จุดชมวิวชั้น 89 ตรงตามคำเตือนของสาวขายตั๋วทุกประการ นอกกระจกมันขาวโพลนไปหมด มองไม่เห็นเชี่ยไรเลย! (เอาสี่ร้อยกว่าบาทตูคืนมา) แต่ถึงกระนั้นบน Observatory ก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับตึก การออกแบบ การก่อสร้างเทคโนโลยีต่างๆ จอทัชสกรีนมุมมองเดียวกับมองจากยอดตึกที่สามารถกดเล่นดูข้อมูลสถานที่ต่างๆ ในไทเปปลอบใจเล่น

ขึ้นไปอีกชั้นนึงจะเป็น Outdoor Observatory จุดชมวิวนอกตึกรลมแรงตัวแทบปลิวเหมือนได้เป็นฟงอวิ๋นขี่พายุทะลุฟ้าของจริง แม้มองไม่เห็นเบื้องล่างอยู่ดี แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดขายของ Taipei 101 นั่นคือลูกตุ้มสีทองไซส์ยักษ์ เป็นดั่งหัวใจของตึก เพราะเจ้าบอลเก็งกิยักษ์มันทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนัก ลดแรงสั่นสะเทือนยามเกินพายุไต้ฝุ่นหรือแผ่นดินไหว เป็นสิ่งยืนยันว่าคนเราถึงจะเย้ยฟ้าท้าดินขึ้นไปสูงแค่ไหน หากขาดความมั่นคงดังภูผาก็ไร้ความหมาย (โอ้ นานๆ จะเขียนอะไรหล่อๆ คมๆ กะเค้าบ้าง)

ลงมาข้างล่างหลังจากเดินวนจนคุ้มตังค์สี่ร้อยที่เสียไป เป้าหมายพุ่งชนถัดไป เนิร์ดอย่างเราไม่เข้าร้านหนังสือก็ได้ยังไง Page One สาขาใหญ่ที่สุดในไต้หวันใช้ไม้บรรทัดสายตาวัดขนาดน่าจะสูสีกับคิโนะคุนิยะเซ็นทรัลเวิลด์ แต่กำลังปรับปรุงอยู่ไม่รู้เสร็จแล้วจะใหญ่ขนาดไหน
(ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันคือ Eslite Bookstore อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตึก 101 นอกจากนั้นในไทเปยังมีร้านหนังสือที่ติด 20 อันดับร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลกด้วย แต่เราหาไม่เจอว่าอยู่ที่ไหน แหะๆ)

ถ้าพูดถึงศิลปินชาวไต้หวันชื่อของ จิมมี่ เหลี่ยว (Jimmy Liao) นักวาดนิยายภาพที่เล่าถึงความสัมพันธ์ในแบบเหงาๆ สุขปนเศร้าเป็นชื่อแรกๆ แค่ทางเข้า Page One เนิร์ดหลายคนก็น่าจะน้ำลายยืดกันแล้ว เพราะผนังสองด้านมีผลงานของพี่แว่น จิมมี่ เหลี่ยว แขวนเรียงรายตลอดทางเดิน ขนาดเราที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับยังอดยิ้มให้เวลามองภาพแต่ละภาพไม่ได้ ถ้าเป็นผลงานของ วานวาน ราชินีบล็อกไต้หวันเราจะกรี๊ดขนาดไหนกันนะ

สิ่งที่สังเกตเห็นในร้านหนังสือที่ไต้หวันก็คือตามมุมชั้นวางจะมีตะกร้าซ้อนกันเหมือนซุเปอร์มาร์เก็ต แต่เปลี่ยนจากอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นอาหารสมองแทน ถึงคนไต้หวันจะซื้อหนังสือกันเป็นตะกร้าๆ แต่ก็สู้คนไทยไม่ได้อยู่ดีเพราะพี่น้องเราเอากระเป๋าเดินทางขนหนังสือกันเลย แต่คงเป็นภาพที่เห็นได้เฉพาะงานสัปดาห์หนังสือเท่านั้นแหละ :P

Taipei 101 ค่ำคืนวันนี้ถึงจะมีแสงไฟแต่ก็ไม่สว่างไสวพอที่จะส่องผ่านม่านหมอกที่ปกคลุมยอดตึกได้ มองไปรอบๆ ไม่มีเพื่อนยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างตึกสูงเสียดฟ้าแห่งนี้เลย สำนวนยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งโดดเด่นยิ่งโดดเดี่ยว มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ย่านซินอี้รอบๆ ตึก 101 เป็นย่านไฮโซ เต็มไปด้วยห้างหรูแบรนด์เนมไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวจากเมืองที่นิยมของก๊อปเกรดเอเท่าไหร่ ตลาดกลางคืนเท่านั้นที่โดนใจเรา!

ตลาดกลางคืนเหยาเหอ (Raohe Night Market) อาจจะไปยากสักหน่อยเพราะอยู่ไกลสถานี MRT มีรถเมล์ผ่านแต่สำหรับชาวต่างชาติก็ลำบากไม่รู้ขึ้นตรงไหนลงตรงไหน จากย่านซินอี้ยังอยู่ในพิสัยทำการฉะนั้นเดินไปดีที่สุด เราดูแผนที่จากมือถือได้ ลงทุนซื้อซิม 3G ใช้ก็เพื่อการนี้ หน้าจีนแต่ดันพูดจีนไม่ได้การหลีกเลี่ยงฉากสนทนากับคนท้องถิ่นถือเป็นการทำตัวเนียนไปกับคนแถวนี้ที่ดีที่สุด :D

แอบมีหลงนิดหน่อยแต่ทางไปตลาดเหยาเหอมีจุดสำคัญให้สังเกตเยอะ เดินผ่านสถานีรถไฟข้าถนนอีกไม่ไกลก็ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ รอดมาโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนไต้หวันแต่อย่างใด ถือเป็นความภาคภูมิใจของวัยรุ่นชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ทางสภาเมืองไทเปน่าจะมอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณให้นะ :)

ตลาดกลางคืนเหยาเหอเน้นไปทาง street food ไม่ได้เป็นแหล่งแฟชั่นเหมือนตลาดซื่อหลินหรือตลาดซือต้า คืนสุดท้ายในไทเปแล้ว กินให้ขี้แตกไปเลย!!!

ยังไม่ทันลอดซุ้มประตูได้กลิ่นไต้หวันขนานแท้เตะจมูกทักทาย จะเป็นอะไรไปได้นอกจากพลังทำลายล้างของเต้าหู้เหม็น! ตลาดเหยาเหอมีร้านชื่อชาไทย ขายชาใส่นมแบบไทยๆ ในดินแดนชานมไข่มุกด้วย คนขายแลดูพูดภาษาไทยได้แต่เราไม่ได้ทักเพราะตอนนี้แสดงเป็นคนจีนอยู่ ฮี่ๆ

ลิ้นเราทนความร้อนของกุนเชียงปิ้งระดับเทพของโปรดไม่ไหวขอหลบไปแทะริมตรอกเล็กๆ ท้ายซอยเป็นกำแพงสูงมีบันไดข้าม โหมดขี้สงสัยทำงานต้องเดินไปสำรวจ ข้ามกำแพงไปเห็นเป็นแม่น้ำกว้าง ด้านหลังของกำแพงเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำทำเป็นสวนสาธารณะ มีทางเดินเท้า เลนจักรยาน มีคนเดินจูงหมา วิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน หนุ่มสาวมาเดินเล่นออกเดท และเป็นพื้นที่ให้แก๊งเด็กเกรียนรวมตัวกันทำอะไรรั่วๆ แบบในการ์ตูนญี่ปุ่นที่พระเอกหนุ่ม ม.ปลายของเรา ใช้พื้นที่ริมแม่น้ำเป็นที่นอนเล่น คุยกับเพื่อน หรือซ้อมฟุตบอลเพื่อมุ่งสู่อินเตอร์ไฮ การนำพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำมาทำเป็นสวนสาธารณะให้คนเมืองได้พักผ่อนเป็นไอเดียที่ดีมาก เราชอบมาก เสียดายพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกรุกล้ำเป็นที่ส่วนบุคคลไปหมดแล้ว :(

กลับไปหาอะไรกระแทกปากที่ตลาดต่อ ลองกินหอยทอดด้วย กินอะไรที่เมืองไทยก็มีอีกแล้ว จะโดนผู้อ่านด่ามั้ยเนี่ย – -” รสชาติก็คล้ายๆ กันแต่ซอสจะหวานกว่าหน่อย อัดหอยมาเยอะมาก บ้านเราจะใช้ถั่วงอกแต่ที่นี่เป็นผักกาด ที่น่าสนใจคือเค้าใส่จานมาให้แต่จะมีถุงพลาสติกห่อจาน ไม่รู้ทำไม สงสัยขี้เกียจล้างมั้ง

ยังมีแหล่งช้อปปิ้งอีกที่นึงไม่ไกลกันนัก สมญานามแพลตินั่มไต้หวัน Wufenpu เป็นตลาดค้าส่งเสื้อผ้า บรรยากาศเหมือนประตูน้ำยังไงยังงั้นเลย ตลาดนี้เน้นขายส่งแต่ขายปลีกก็พอมี แล้วราคานี่แบบ… สวรรค์ของบรรดาสาวนักช้อปชัดๆ เสื้อผ้าแฟชั่นตัวละ 100NT จ่ายด้วยธนบัตรไทยแบงค์ร้อยบวกเหรียญห้าเอง ซื้อราคาส่งอาจจะได้สามตัวร้อย เสื้อเชิ้ตหรูๆ หน่อยก็ตัวละ 3-4 ร้อย Wufenpu มันแบ่งเป็นล็อกๆ เหมือนประตูน้ำสำเพ็ง เดินไปเดินมาแม่มหลง! ต้องควักตังค์ในกระเป๋ากระจายรายได้สู่ท้องถิ่นก่อนถึงจะหาทางออกได้ (”- -)

ลง MRT ก่อนถึงโฮสเทลสถานีนึง เดินตลาดซือต้าต่อไหนๆ ก็คืนสุดท้ายแล้ว บุ๊คมาร์คร้านเครปไว้วันก่อนได้เวลาชำระแค้น กติกาคือดูเมนูที่โต๊ะข้างหน้าแล้วเจ๊จะกดบัตรคิวให้ยืนรอ เมนูเป็นภาษาจีนล้วนแต่โชคดีที่มีเครปจำลองโชว์เลยชี้เอาแบบนี้แหละ เลยได้เครปไอติมวานิลาราดช็อคโกแลตพร้อมโอโจ้อีกสองแท่ง เครปใหญ่มาก ไอติมเยอะมาก กว่าจะกินหมดเล่นเอาเหนื่อย ราคาแค่ 90NT เอง พรุ่งนี้จะมากินอีก สาบานได้ :D

เดินกลับโฮสเทลเกือบเที่ยงคืน เริ่มเก็บข้าวของใส่กระเป๋า วันพรุ่งนี้เราจะกลับบ้านแล้วล่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s